เครื่องมือคำนวณออนไลน์

เครื่องคำนวณราคาต่อหน่วย

เปรียบเทียบราคาสินค้าต่อหน่วย พร้อมรายละเอียดสูตร ตัวอย่าง และวิธีอ่านผลลัพธ์

ประมาณการจากข้อมูลที่คุณกรอก

ตัวเลขตั้งต้นเป็นตัวอย่าง ให้ใช้ต้นทุนและค่าธรรมเนียมจากบัญชีร้านหรือแพลตฟอร์มที่คุณขายจริง

กรอกข้อมูล

ข้อมูลสำหรับคำนวณ

ขั้นตอนที่ 1

ข้อมูลทั้งหมดคำนวณภายในอุปกรณ์ของคุณ ไม่มีการส่งตัวเลขไปบันทึกบนเซิร์ฟเวอร์

เปรียบเทียบอย่างเป็นธรรม

ราคาต่อหน่วยคืออะไร และช่วยเลือกสินค้าอย่างไร

ราคาต่อหน่วยคือราคาที่ปรับขนาดสินค้าให้อยู่บนฐานเดียวกัน เช่น บาทต่อชิ้น บาทต่อกรัม หรือบาทต่อมิลลิลิตร จึงช่วยตอบคำถามว่าแพ็กใดถูกกว่าต่อปริมาณจริง แม้ราคาหน้าป้ายและขนาดบรรจุแตกต่างกัน

ราคาสุทธิ = ราคาป้าย × (1 − ส่วนลด ÷ 100) ปริมาณรวม = ปริมาณในแพ็ก + ปริมาณแถม ราคาต่อหน่วย = ราคาสุทธิ ÷ ปริมาณรวม

ตัวอย่างแพ็กละ 159 บาท จำนวน 12 ชิ้น

ไม่มีส่วนลด159 ÷ 12 = 13.25 บาท/ชิ้น
ลด 10%143.10 ÷ 12 = 11.93 บาท/ชิ้น
ซื้อ 12 แถม 2159 ÷ 14 ≈ 11.36 บาท/ชิ้น

ก่อนเปรียบเทียบ ต้องทำหน่วยให้เหมือนกัน

สินค้า 500 กรัมไม่ควรนำตัวเลข 500 ไปเทียบกับสินค้า 1 กิโลกรัมโดยตรง ต้องแปลง 1 กิโลกรัมเป็น 1,000 กรัมก่อน เช่น แพ็ก A ราคา 80 บาท ขนาด 500 กรัม เท่ากับ 0.16 บาทต่อกรัม ส่วนแพ็ก B ราคา 150 บาท ขนาด 1,000 กรัม เท่ากับ 0.15 บาทต่อกรัม

น้ำหนัก1 กิโลกรัม = 1,000 กรัม
ปริมาตร1 ลิตร = 1,000 มิลลิลิตร
สินค้าเป็นชุดนับชิ้น แผ่น ม้วน หรือจำนวนครั้งให้เป็นฐานเดียวกัน

ราคาต่อหน่วยต่ำกว่า ไม่ได้คุ้มกว่าเสมอ

ปริมาณที่ใช้ได้จริงแพ็กใหญ่ที่เหลือทิ้งหรือหมดอายุก่อนใช้หมด อาจมีต้นทุนต่อปริมาณที่ใช้จริงสูงกว่าแพ็กเล็ก
คุณภาพและคุณสมบัติสูตร ส่วนประกอบ ความเข้มข้น การรับประกัน หรืออายุใช้งานต่างกัน จึงไม่ควรเทียบราคาเพียงอย่างเดียว
ค่าจัดส่งและขั้นต่ำค่าส่ง ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขยอดซื้อขั้นต่ำต้องรวมเมื่อเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เงื่อนไขโปรโมชั่นตรวจจำนวนที่ต้องซื้อ สมาชิก วิธีชำระเงิน คูปอง และวันที่โปรโมชั่นมีผลก่อนสรุปราคาสุทธิ
แจ้งผลคำนวณผิด

วิธีคำนวณ

สูตรที่ใช้

[ราคาป้าย × (1 − ส่วนลด ÷ 100)] ÷ (ปริมาณในแพ็ก + ปริมาณแถม)

ใช้หน่วยเดียวกันก่อนเปรียบเทียบ และพิจารณาปริมาณที่ใช้ได้จริง คุณภาพ วันหมดอายุ ค่าจัดส่ง และเงื่อนไขโปรโมชั่นร่วมด้วย

ตัวอย่างการคำนวณ

ตัวอย่าง

ราคา 159 บาท จำนวน 12 ชิ้น ไม่มีส่วนลดหรือของแถม เท่ากับ 13.25 บาทต่อชิ้น

เริ่มต้นใช้งาน

คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

  1. ราคาที่ป้าย (บาท): ราคาของแพ็กก่อนหักส่วนลด
  2. ส่วนลด (%): ใส่ 0 หากไม่มีส่วนลด
  3. ปริมาณในแพ็ก (หน่วย): จำนวนชิ้น น้ำหนัก หรือปริมาตรตามฉลาก
  4. จำนวนแถมหรือปริมาณฟรี (หน่วย): ปริมาณที่ได้รับเพิ่มโดยไม่จ่ายเพิ่ม
  5. หน่วยที่ใช้: เลือกให้ตรงกับปริมาณและใช้หน่วยเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบ

อ่านผลอย่างไรไม่ให้เข้าใจผิด

ต้องแปลงปริมาณของสินค้าที่เปรียบเทียบให้เป็นหน่วยเดียวกัน และคำนึงถึงปริมาณที่ใช้ได้จริงกับวันหมดอายุ

ลองเทียบอีกสถานการณ์

แพ็ก 500 กรัมราคา 80 เท่ากับ 0.16 บาท/กรัม แพ็ก 1 กก. ราคา 150 เท่ากับ 0.15 บาท/กรัม ไม่ใช่เทียบ 80 กับ 150 อย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

ราคาต่อหน่วยคำนวณอย่างไร?

นำราคาสุทธิหลังส่วนลดหารด้วยปริมาณรวมที่ได้รับ ซึ่งรวมปริมาณแถม ตัวอย่างราคา 159 บาท จำนวน 12 ชิ้น จะเท่ากับ 13.25 บาทต่อชิ้น

เปรียบเทียบแพ็ก 500 กรัมกับ 1 กิโลกรัมอย่างไร?

แปลงเป็นหน่วยเดียวกันก่อน โดย 1 กิโลกรัมเท่ากับ 1,000 กรัม แล้วคำนวณบาทต่อกรัมหรือบาทต่อ 100 กรัมของทั้งสองแพ็ก

โปรโมชั่นซื้อ 2 แถม 1 ต้องกรอกอย่างไร?

กรอกราคาที่ต้องจ่ายสำหรับ 2 แพ็กในช่องราคา กรอกปริมาณของ 2 แพ็กในช่องปริมาณ และกรอกปริมาณของแพ็กที่แถมในช่องจำนวนแถม โดยทุกช่องปริมาณต้องใช้หน่วยเดียวกัน

ส่วนลด 10% คิดก่อนหรือหลังหารจำนวน?

เครื่องมือหักส่วนลดจากราคาป้ายก่อน แล้วจึงหารด้วยปริมาณรวม ผลทางคณิตศาสตร์เท่ากับการคำนวณราคาต่อหน่วยเดิมแล้วลด 10% เมื่อไม่มีเงื่อนไขอื่น

ราคาต่อหน่วยถูกกว่าแปลว่าคุ้มกว่าเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป ต้องพิจารณาคุณภาพ ความเข้มข้น อายุใช้งาน วันหมดอายุ ค่าจัดส่ง และปริมาณที่ใช้ได้จริง หากซื้อแพ็กใหญ่แล้วเหลือทิ้งอาจไม่ประหยัด

กรัมกับมิลลิลิตรเปรียบเทียบกันโดยตรงได้หรือไม่?

ไม่ได้ เพราะกรัมเป็นหน่วยมวล ส่วนมิลลิลิตรเป็นหน่วยปริมาตร การแปลงต้องทราบความหนาแน่นของสินค้านั้นก่อน จึงควรเปรียบเทียบจากหน่วยเดียวกับที่ฉลากระบุ

ควรรวมค่าจัดส่งในราคาหรือไม่?

ควรรวมเมื่อค่าจัดส่งเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการซื้อสินค้านั้น โดยบวกเข้ากับราคาที่ต้องจ่ายก่อนนำมากรอก หากสั่งหลายรายการควรจัดสรรค่าส่งอย่างสมเหตุสมผล